IELTS ตีแตก
IELTS WRITING SPECIALIST

IELTS Reading: เทคนิคทำคะแนนและสิ่งที่ข้อสอบวัด

อ่าน
13
นาที
อัปเดตล่าสุด:
September 17, 2026
โดย
IELTS ตีเเตก

สรุปบทเรียน

หมวด
เวลาอ่าน
13
นาที
Skill Focus
Reading
Level
Band 6.5–7.5+

รวมเทคนิคการทำ Reading ของ IELTS ตีแตก

KEY TAKEAWAY

Reading ไม่ได้วัดแค่ว่าอ่านเร็วแค่ไหน แต่ต้องมอง Keyword, Paraphrase และตำแหน่งคำตอบให้เป็นระบบครับ

Reading ทดสอบอะไรเราอยู่กันแน่?

วันนี้อยากจะมาแชร์ไอเดียและวิธีการทำ Reading ให้ได้คะแนนสูงๆ คือ Band 7.5+ ขึ้นไป ซึ่งอย่างแรกเราต้องเข้าใจว่า ข้อสอบ Reading กำลังทดสอบอะไรเราอยู่กันแน่?

โดยจากประสบการณ์การสอนกว่าเกือบ 10 ปี พบว่าจริงๆแล้ว พาร์ท Reading ทดสอบเราอยู่แค่ 2 อย่าง

  1. เทคนิคการทำข้อสอบ
  2. คลังคำศัพท์และ Synonyms

เทคนิคการทำข้อสอบ

การที่เรารู้ว่าเราควรทำ Section ไหนก่อนหรือหลังมีผลต่อคะแนนเราอย่างมาก เพราะว่าคำถามทุกข้อ ไม่ว่ายากหรือง่ายแค่ไหน จะมีแค่ข้อละ 1 คะแนนเสมอๆ ซึ่งแต่ละ Section จะมีความยากง่ายแตกต่างกันพอสมควร ยกตัวอย่างเช่น Section ‘Gap-Fill’ จะเป็นพาร์ทแจกคะแนนเมื่อเทียบกับ Section ‘Matching Paragraph headings’ ที่ยากกว่าพอสมควรเเละเป็น Section ที่ทำให้คนส่วนใหญ่เสียคะแนน

แต่ที่ซับซ้อนไปกว่านั้นก็คือ นอกจากเราจะต้องรู้ว่าเราต้องทำ Section ไหนก่อนหรือหลังเพื่อความได้เปรียบด้านเวลาแล้ว เราต้องรู้ว่าแต่ละ Section มีเทคนิคการทำอย่างไรด้วย ซึ่งในส่วนนี้จะยังไม่ขอพูดถึงความยากง่ายของ Passage จะโฟกัสแค่ Sections ต่างๆ ของข้อสอบ Reading

คลังคำศัพท์และ Synonyms

หลังจากที่เรารู้แล้วว่า เราต้องทำ Section ไหนก่อนหลังเพื่อทำให้เราเหลือเวลาเยอะที่สุดและเข้าใจเทคนิคการตอบคำถามของแต่ละ Section แล้ว ต่อมาเราต้องมีคลังคำศัพท์และรู้จักSynonyms หรือ คำเหมือน ที่เยอะพอสมควร

การที่เรารู้แค่ศัพท์เยอะแต่เราไม่มีความเข้าใจเรื่อง Synonyms เลย เราก็จะไม่สามารถทำคะแนนสูงๆ ได้อยู่ดี เนื่องจากเราจะไม่สามารถหาคำตอบจาก Passage ได้ เช่น ในโจทย์เราอาจเจอคำว่า plenty ซึ่งแปลว่า มหาศาล แต่ใน Passage เราอาจจะเจอคำว่า great quantity ซึ่งแปลได้เหมือนกันคือ มหาศาล ซึ่งถ้าเราเข้าใจเราจะสามารถตอบคำถามได้ทันที

สุดท้ายถ้าเราเข้าใจทั้งเทคนิคการทำข้อสอบและมีคลังคำศัพท์พร้อม Synomyms ที่มากพอ เราจะสามารถทำคะแนน Reading Band 7.5+ ได้ไม่ยากครับ

จำง่ายๆ: Reading เหมือนเกมหาสมบัติ

การทำ Reading นั้นให้เราคิดว่าเรากำลังเล่นเกมส์หาสมบัติเหมือนในหนังเรื่อง National Treasure กลับกันตรงที่ เราต้องหาคำศัพท์ที่มีความหมายเหมือนกันเเทนที่จะเป็นสมบัติครับ

7 เทคนิคการทำ Reading

ความจริงเเล้ว Reading กับ Listening นั้นเป็นพาร์ทเเจกคะเเนนของ IELTS เพราะการได้คะเเนนเต็มในสองพาร์ทนี้เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ไม่ยาก เนื่องจากคำตอบเป็นอะไรที่ตายตัวมาก เมื่อเทียบกับ Writing เเละ Speaking ซึ่งคำตอบจะไม่ตายตัว ทำให้การตรวจขึ้นอยู่กับปัจจัยที่หลากหลาย จากประสบการณ์ที่การสอนมานานหลายปี นักเรียนส่วนใหญ่ที่ได้คะเเนนพาร์ท Reading 5.5 ขึ้นไป หลังจากมาเรียนก็จะทำคะเเนนได้ 6.5 – 8 ได้โดยไม่ยาก

เทคนิค วิธีทำ
1. อ่านคำถามเป็นอย่างแรก เชื่อว่ายังมีนักเรียนบางคนเลือกที่จะอ่านบทความที่ยาวเหยียด แล้วค่อยไปอ่านคำถาม การทำแบบนั้นจะทำให้เราเสียเวลาเป็นอย่างมาก เพราะท้ายที่สุดสิ่งที่เราต้องทำคือ “ตอบคำถาม” ไม่ใช่การอ่านบทความให้จบ ดังนั้นจำไว้ว่า ในการสอบครั้งหน้า ให้เราอ่านคำถามในแต่ละพาร์ทให้ครบทุกข้อ แล้วค่อยมาหาคำตอบจากบทความ
2. ทำโจทย์จับคู่ Paragraphs กับ Heading เป็นลำดับสุดท้าย โจทย์ในพาร์ท Reading ถูกแบ่งเป็นหลายชนิด และหนึ่งในชนิดที่ยากที่สุดคือ การจับคู่ Paragraphs กับ Heading สาเหตุที่ให้ทำเป็นลำดับสุดท้ายก็เพราะ ถ้าเราเห็นข้อมูลต่าง ๆ ในบทความมากพอ จากการทำโจทย์ข้ออื่น ๆ จะทำให้เราสามารถจับคู่ Paragraphs ได้ง่ายขึ้นเยอะมาก
3. อ่านคำสั่งในโจทย์อย่างระมัดระวัง เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมมักเน้นย้ำกับนักเรียนหลาย ๆ ครั้ง เพราะสิ่งที่เจอบ่อยมาก คือ นักเรียนส่วนใหญ่ทั้งพื้นฐานดีและอ่อน มักจะไม่ได้อ่านคำสั่งอย่างละเอียดพอ ทำให้ถึงแม้ว่าจะตอบได้ถูกต้อง แต่กลับไม่ได้คะแนน ยกตัวอย่างเช่น คำสั่งให้ตอบแค่ 2 คำ ถ้าเราตอบ 3 คำ เราก็ไม่ได้คะแนน หรือถ้าคำสั่งให้ใช้ A B C ในการตอบ แต่เราตอบ D E F เราก็ไม่ได้คะแนนเช่นกัน
4. ไล่หาคำตอบจากบนลงล่าง คำตอบของคำถามแต่ละข้อส่วนใหญ่จะเรียงลำดับกันจากบนลงล่าง ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปอ่านข้างบนของบทความเพื่อหาคำตอบ
5. หา “keywords” ให้เจอ ทักษะสำคัญมากอย่างหนึ่งของการทำพาร์ท Reading คือ การหาคำศัพท์ที่คล้ายกันของบทความและคำถาม ยกตัวอย่างเช่น สมมติเราเจอคำว่า plenty of ในบทความ คำที่คล้ายกันในโจทย์ก็จะเป็น in great quantities สำหรับเทคนิคนี้ไว้จะอธิบายละเอียดในโพสต์ต่อ ๆ ไปครับ
6. ต้องตอบทุกคำถาม เทคนิคนี้ฟังดูเหมือนง่ายมาก แต่นักเรียนส่วนใหญ่กลับทำไม่ได้ เพราะทำไม่ทัน ทำให้พลาดคะแนนง่าย ๆ ในข้อท้าย ๆ เยอะมาก ในการที่จะทำให้เสร็จภายในเวลา ผู้สอบต้องมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการบริหารเวลาระหว่างสอบ
7. ข้ามข้อที่รู้สึกว่ายากมาก ๆ ไปก่อน คำถามบางข้อที่ยากมาก ๆ นั้นถูกสร้างมาเพื่อแบ่งระดับคะแนนของคนที่ควรจะได้ Band 8 กับ Band 9 ดังนั้นเราไม่ควรเสียเวลากับข้อที่ยากมาก ๆ ให้เราทำให้ครบทุกคำถามก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาทำข้อที่ยากอีกครั้งหนึ่ง

คำศัพท์จาก Cambridge 9 Reading Test 1

วันนี้เอาศัพท์ที่น่าสนใจจากข้อสอบ Reading Test 1 ของ Cambridge เล่ม 9 มาฝากแฟนเพจและนักเรียนทุกท่านครับ เพราะการที่เรารู้ศัพท์เยอะๆ จะช่วยให้เราสามารถใช้เทคนิคต่างๆ ที่สอนในคลาสได้ดีมากๆ และสามารถเพิ่มคะแนนได้อย่างรวดเร็ว

คำศัพท์ / Phraseความหมาย / Synonym
Prepared the waypaved the way = ปูทาง
Outstanding achievementsผลงานที่ยอดเยี่ยม
Highest pointthe peak = จุดสูงสุด
Remarkableยอดเยี่ยม น่าทึ่ง
Prodigiousมหัศจรรย์ = wonderful
Far into the nightดึก
Mineralแร่ธาตุ
Struggleดิ้นรน
Henceforth  (adv.)ต่อจากนี้, นับแต่นี้ต่อไป
Radiographyการถ่ายภาพเอกซ์เรย์ของอวัยวะภายในร่างกาย
Radioactive substanceสารกัมมันตภาพรังสี
Raise fundระดมทุน
Triumphantมีชัยชนะ ประสบความสำเร็จ
Inaugurationการทำพิธีต้อนรับ,การเข้ารับตำแหน่ง
Enormousgigantic = มหึมา

สรุปบทเรียนนี้
  • อ่านคำถามก่อนเพื่อรู้ว่าต้องหาอะไร
  • ฝึกจับ Keyword และคำที่มีความหมายใกล้กันระหว่างคำถามกับ Passage
  • ข้ามข้อที่ยากมากไปก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาเมื่อทำข้ออื่นครบ
  • สะสม Vocabulary จากข้อสอบจริงเพื่อให้ใช้เทคนิคได้เร็วขึ้น

ในบทความนี้

FEATUREDALL 4 SKILLS

The IELTS Blueprint 7.0+

สำหรับผู้ที่ต้องการเตรียม IELTS ครบทั้ง 4 ทักษะ เพื่อเป้าหมาย Band 7.0+

— RELATED LESSONS

อ่านบทเรียนต่อ

— NEXT STEP

พร้อมเตรียม IELTS ให้
เป็นระบบมากขึ้นหรือยัง?

อ่านบทเรียนฟรีต่อ หรือดูคอร์สที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณ