รวมเทคนิคการทำ Reading ของ IELTS ตีแตก
Reading ไม่ได้วัดแค่ว่าอ่านเร็วแค่ไหน แต่ต้องมอง Keyword, Paraphrase และตำแหน่งคำตอบให้เป็นระบบครับ
Reading ทดสอบอะไรเราอยู่กันแน่?
วันนี้อยากจะมาแชร์ไอเดียและวิธีการทำ Reading ให้ได้คะแนนสูงๆ คือ Band 7.5+ ขึ้นไป ซึ่งอย่างแรกเราต้องเข้าใจว่า ข้อสอบ Reading กำลังทดสอบอะไรเราอยู่กันแน่?
โดยจากประสบการณ์การสอนกว่าเกือบ 10 ปี พบว่าจริงๆแล้ว พาร์ท Reading ทดสอบเราอยู่แค่ 2 อย่าง
- เทคนิคการทำข้อสอบ
- คลังคำศัพท์และ Synonyms
เทคนิคการทำข้อสอบ
การที่เรารู้ว่าเราควรทำ Section ไหนก่อนหรือหลังมีผลต่อคะแนนเราอย่างมาก เพราะว่าคำถามทุกข้อ ไม่ว่ายากหรือง่ายแค่ไหน จะมีแค่ข้อละ 1 คะแนนเสมอๆ ซึ่งแต่ละ Section จะมีความยากง่ายแตกต่างกันพอสมควร ยกตัวอย่างเช่น Section ‘Gap-Fill’ จะเป็นพาร์ทแจกคะแนนเมื่อเทียบกับ Section ‘Matching Paragraph headings’ ที่ยากกว่าพอสมควรเเละเป็น Section ที่ทำให้คนส่วนใหญ่เสียคะแนน
แต่ที่ซับซ้อนไปกว่านั้นก็คือ นอกจากเราจะต้องรู้ว่าเราต้องทำ Section ไหนก่อนหรือหลังเพื่อความได้เปรียบด้านเวลาแล้ว เราต้องรู้ว่าแต่ละ Section มีเทคนิคการทำอย่างไรด้วย ซึ่งในส่วนนี้จะยังไม่ขอพูดถึงความยากง่ายของ Passage จะโฟกัสแค่ Sections ต่างๆ ของข้อสอบ Reading
คลังคำศัพท์และ Synonyms
หลังจากที่เรารู้แล้วว่า เราต้องทำ Section ไหนก่อนหลังเพื่อทำให้เราเหลือเวลาเยอะที่สุดและเข้าใจเทคนิคการตอบคำถามของแต่ละ Section แล้ว ต่อมาเราต้องมีคลังคำศัพท์และรู้จักSynonyms หรือ คำเหมือน ที่เยอะพอสมควร
การที่เรารู้แค่ศัพท์เยอะแต่เราไม่มีความเข้าใจเรื่อง Synonyms เลย เราก็จะไม่สามารถทำคะแนนสูงๆ ได้อยู่ดี เนื่องจากเราจะไม่สามารถหาคำตอบจาก Passage ได้ เช่น ในโจทย์เราอาจเจอคำว่า plenty ซึ่งแปลว่า มหาศาล แต่ใน Passage เราอาจจะเจอคำว่า great quantity ซึ่งแปลได้เหมือนกันคือ มหาศาล ซึ่งถ้าเราเข้าใจเราจะสามารถตอบคำถามได้ทันที
สุดท้ายถ้าเราเข้าใจทั้งเทคนิคการทำข้อสอบและมีคลังคำศัพท์พร้อม Synomyms ที่มากพอ เราจะสามารถทำคะแนน Reading Band 7.5+ ได้ไม่ยากครับ
จำง่ายๆ: Reading เหมือนเกมหาสมบัติ

การทำ Reading นั้นให้เราคิดว่าเรากำลังเล่นเกมส์หาสมบัติเหมือนในหนังเรื่อง National Treasure กลับกันตรงที่ เราต้องหาคำศัพท์ที่มีความหมายเหมือนกันเเทนที่จะเป็นสมบัติครับ
7 เทคนิคการทำ Reading
ความจริงเเล้ว Reading กับ Listening นั้นเป็นพาร์ทเเจกคะเเนนของ IELTS เพราะการได้คะเเนนเต็มในสองพาร์ทนี้เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ไม่ยาก เนื่องจากคำตอบเป็นอะไรที่ตายตัวมาก เมื่อเทียบกับ Writing เเละ Speaking ซึ่งคำตอบจะไม่ตายตัว ทำให้การตรวจขึ้นอยู่กับปัจจัยที่หลากหลาย จากประสบการณ์ที่การสอนมานานหลายปี นักเรียนส่วนใหญ่ที่ได้คะเเนนพาร์ท Reading 5.5 ขึ้นไป หลังจากมาเรียนก็จะทำคะเเนนได้ 6.5 – 8 ได้โดยไม่ยาก
| เทคนิค | วิธีทำ |
|---|---|
| 1. อ่านคำถามเป็นอย่างแรก | เชื่อว่ายังมีนักเรียนบางคนเลือกที่จะอ่านบทความที่ยาวเหยียด แล้วค่อยไปอ่านคำถาม การทำแบบนั้นจะทำให้เราเสียเวลาเป็นอย่างมาก เพราะท้ายที่สุดสิ่งที่เราต้องทำคือ “ตอบคำถาม” ไม่ใช่การอ่านบทความให้จบ ดังนั้นจำไว้ว่า ในการสอบครั้งหน้า ให้เราอ่านคำถามในแต่ละพาร์ทให้ครบทุกข้อ แล้วค่อยมาหาคำตอบจากบทความ |
| 2. ทำโจทย์จับคู่ Paragraphs กับ Heading เป็นลำดับสุดท้าย | โจทย์ในพาร์ท Reading ถูกแบ่งเป็นหลายชนิด และหนึ่งในชนิดที่ยากที่สุดคือ การจับคู่ Paragraphs กับ Heading สาเหตุที่ให้ทำเป็นลำดับสุดท้ายก็เพราะ ถ้าเราเห็นข้อมูลต่าง ๆ ในบทความมากพอ จากการทำโจทย์ข้ออื่น ๆ จะทำให้เราสามารถจับคู่ Paragraphs ได้ง่ายขึ้นเยอะมาก |
| 3. อ่านคำสั่งในโจทย์อย่างระมัดระวัง | เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมมักเน้นย้ำกับนักเรียนหลาย ๆ ครั้ง เพราะสิ่งที่เจอบ่อยมาก คือ นักเรียนส่วนใหญ่ทั้งพื้นฐานดีและอ่อน มักจะไม่ได้อ่านคำสั่งอย่างละเอียดพอ ทำให้ถึงแม้ว่าจะตอบได้ถูกต้อง แต่กลับไม่ได้คะแนน ยกตัวอย่างเช่น คำสั่งให้ตอบแค่ 2 คำ ถ้าเราตอบ 3 คำ เราก็ไม่ได้คะแนน หรือถ้าคำสั่งให้ใช้ A B C ในการตอบ แต่เราตอบ D E F เราก็ไม่ได้คะแนนเช่นกัน |
| 4. ไล่หาคำตอบจากบนลงล่าง | คำตอบของคำถามแต่ละข้อส่วนใหญ่จะเรียงลำดับกันจากบนลงล่าง ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปอ่านข้างบนของบทความเพื่อหาคำตอบ |
| 5. หา “keywords” ให้เจอ | ทักษะสำคัญมากอย่างหนึ่งของการทำพาร์ท Reading คือ การหาคำศัพท์ที่คล้ายกันของบทความและคำถาม ยกตัวอย่างเช่น สมมติเราเจอคำว่า plenty of ในบทความ คำที่คล้ายกันในโจทย์ก็จะเป็น in great quantities สำหรับเทคนิคนี้ไว้จะอธิบายละเอียดในโพสต์ต่อ ๆ ไปครับ |
| 6. ต้องตอบทุกคำถาม | เทคนิคนี้ฟังดูเหมือนง่ายมาก แต่นักเรียนส่วนใหญ่กลับทำไม่ได้ เพราะทำไม่ทัน ทำให้พลาดคะแนนง่าย ๆ ในข้อท้าย ๆ เยอะมาก ในการที่จะทำให้เสร็จภายในเวลา ผู้สอบต้องมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการบริหารเวลาระหว่างสอบ |
| 7. ข้ามข้อที่รู้สึกว่ายากมาก ๆ ไปก่อน | คำถามบางข้อที่ยากมาก ๆ นั้นถูกสร้างมาเพื่อแบ่งระดับคะแนนของคนที่ควรจะได้ Band 8 กับ Band 9 ดังนั้นเราไม่ควรเสียเวลากับข้อที่ยากมาก ๆ ให้เราทำให้ครบทุกคำถามก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาทำข้อที่ยากอีกครั้งหนึ่ง |
คำศัพท์จาก Cambridge 9 Reading Test 1
วันนี้เอาศัพท์ที่น่าสนใจจากข้อสอบ Reading Test 1 ของ Cambridge เล่ม 9 มาฝากแฟนเพจและนักเรียนทุกท่านครับ เพราะการที่เรารู้ศัพท์เยอะๆ จะช่วยให้เราสามารถใช้เทคนิคต่างๆ ที่สอนในคลาสได้ดีมากๆ และสามารถเพิ่มคะแนนได้อย่างรวดเร็ว
| คำศัพท์ / Phrase | ความหมาย / Synonym |
|---|---|
| Prepared the way | paved the way = ปูทาง |
| Outstanding achievements | ผลงานที่ยอดเยี่ยม |
| Highest point | the peak = จุดสูงสุด |
| Remarkable | ยอดเยี่ยม น่าทึ่ง |
| Prodigious | มหัศจรรย์ = wonderful |
| Far into the night | ดึก |
| Mineral | แร่ธาตุ |
| Struggle | ดิ้นรน |
| Henceforth (adv.) | ต่อจากนี้, นับแต่นี้ต่อไป |
| Radiography | การถ่ายภาพเอกซ์เรย์ของอวัยวะภายในร่างกาย |
| Radioactive substance | สารกัมมันตภาพรังสี |
| Raise fund | ระดมทุน |
| Triumphant | มีชัยชนะ ประสบความสำเร็จ |
| Inauguration | การทำพิธีต้อนรับ,การเข้ารับตำแหน่ง |
| Enormous | gigantic = มหึมา |
- อ่านคำถามก่อนเพื่อรู้ว่าต้องหาอะไร
- ฝึกจับ Keyword และคำที่มีความหมายใกล้กันระหว่างคำถามกับ Passage
- ข้ามข้อที่ยากมากไปก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาเมื่อทำข้ออื่นครบ
- สะสม Vocabulary จากข้อสอบจริงเพื่อให้ใช้เทคนิคได้เร็วขึ้น